Search

ลูกฝาแฝดลุงตู่ โร่จับโซเชียลหมิ่น - ไทยรัฐ

crime-cimne.blogspot.com

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง กล่าวถึงกระแสข่าวความขัดแย้งกับนายปรีดี ดาวฉาย เรื่องแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงในกระทรวง ว่า ยืนยันไม่มีปัญหาความขัดแย้งเรื่องดังกล่าว อำนาจทุกอย่างเป็นของรัฐมนตรีว่าการ ตนเป็นรัฐมนตรีช่วย มาช่วยภารกิจที่รัฐมนตรีมอบหมาย ชื่อของอธิบดีที่นำเข้าใน ครม.เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเป็นอย่างไร ในสัปดาห์นี้รายชื่อก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ผ่านไปด้วยความราบรื่น เมื่อคืนวันที่ 1 ก.ย. นายปรีดีโทร.มาหาว่า ไม่ทราบว่าข่าวออกมาทำนองนั้นได้อย่างไร โดยแสดงความเสียใจที่ข่าวออกไปเช่นนั้น ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่มีอะไรขัดแย้ง นายปรีดียังขอบคุณตนที่ให้ความร่วมมือทุกเรื่อง หลายเรื่องที่นายปรีดีออกนโยบาย มาจากความคิดตนที่ช่วยงานหลายเรื่อง แม้ไม่ได้รับผิดชอบในกรมนั้นๆแต่เข้าไปช่วยดำเนินการ เพื่อเปิดโอกาสให้นายปรีดีทำงานเรื่องสำคัญๆของกระทรวงได้ นายปรีดีไว้ใจตน ทำงานกันด้วยความเข้าใจและด้วยประสิทธิภาพสูงสุดของกระทรวง

ลาออกเพราะงานกดดันสูง

นายสันติกล่าวต่อว่า นายปรีดีเคยบอกว่าป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบหลายปีก่อน แต่รักษาตัวหายแล้ว แต่การมาทำงานในช่วงภาวะโควิดและภาวะเศรษฐกิจโลกเช่นนี้ ทำให้มีความกดดัน ทั้งนายปรีดีหรือตนต่างมีความกดดันทั้งนั้น เมื่อถามว่าแสดงว่าสาเหตุการลาออกมาจากแรงกดดันในการทำงาน นายสันติตอบว่า ความจริงเป็นเรื่องงานในช่วงนี้ที่ถาโถมเข้ามาให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจ เมื่อถามว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจแย่มากทำให้นายปรีดีลาออก อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน นายสันติตอบว่า ไม่เป็นความจริง นายกฯยังรับได้ทุกสถานการณ์ เพราะเป็นทั่วโลก เรายังแข็งแกร่งมาก ระบบการเงินยังดี มีเสถียรภาพ เมื่อถามว่านายปรีดีเพิ่งเข้ามาทำงานเพียง 20 กว่าวัน ไม่น่าจะแบกรับภาระที่เกิดขึ้นมาก มองว่าสาเหตุมาจากปัญหาการเมืองภายในพรรคพลังประชารัฐ นายสันติตอบว่า ไม่มีความขัดแย้งทั้งภายในพรรค หรือกับตนแม้แต่นิดเดียว ภาวะนี้ไม่ใช่ภาวะปกติ คนจะมาเป็น รมว.คลังต้องแข็งแกร่ง มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง การใช้สมองมากๆทำให้ร่างกายหย่อนสมรรถภาพจนซีกขวาร่างกายรู้สึกชาค่อนข้างมาก แพทย์แนะนำให้ลดความเครียด คิดเรื่องงานให้น้อยลง แต่นายปรีดีบอกว่าหยุดคิดไม่ได้ เพราะมารับตำแหน่งแล้ว สุดท้ายก็ตัดสินใจลาออก ที่ผ่านมาตนให้ความร่วมมือ เต็มร้อย ผ่อนงานทำงานสนองทุกเรื่อง

ไม่มีเขินแบะท่าพร้อมเสียบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า รมว.คลังคนใหม่ควรมีคุณสมบัติ อย่างไร หลายคนมองว่านายสันติสามารถเป็น รมว.คลังได้ นายสันติตอบว่า ในภาวะเร่งด่วนแบบนี้ต้องเป็นผู้รู้สถานการณ์ของประชาชน ระบบเศรษฐกิจในประเทศและโลก รมว.คลังคนใหม่ต้องพลิกวิกฤติโควิดเป็นโอกาสให้ได้ เมื่อถามว่าหากนายกฯทาบทาม ให้เป็น รมว.คลังพร้อมหรือไม่ นายสันติตอบว่า เป็นเรื่องของนายกฯ อยู่ที่นายกฯ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลัง-ประชารัฐ ที่ผ่านมาทำงานร่วมกับ 2 รมว.คลังที่อยู่ในภาคเศรษฐกิจและการเงิน และอีกหนึ่งรองนายกฯที่ครํ่าหวอดด้านเศรษฐกิจ จึงซึมซับเศรษฐกิจประเทศทั้งภาวะเดินหน้าและถดถอย โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ต้องทำงานได้ทันที ผ่านงานมากว่า 1 ปีแล้ว ในอดีตเคยอยู่กระทรวงใหญ่มาแล้ว เป็น รมว.คมนาคม รมว.การพัฒนาสังคมฯ มีความ เชี่ยวชาญและภูมิต้านทาน พร้อมรับแรงกดดันในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ได้ เมื่อถามว่าไม่ขัดข้องที่จะเป็น รมว.คลัง นายสันติตอบว่า นายกฯและ พล.อ.ประวิตร มอบหมายให้ทำงานตรงไหน ก็พร้อมน้อมรับ

“เสี่ยแฮงก์” ยันเป็นเหตุสุดวิสัย

นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวว่า การแต่งตั้ง รมว.คลังคนใหม่ เป็นอำนาจนายกฯ เป็นโควตานายกฯ เชื่อว่านายกฯคงมีคนที่ดีที่เหมาะสมในการบริหารบ้านเมือง เชื่อว่าคนเก่งและคนดีในบ้านเมืองเราไม่ขาดแคลน ยังมีอีกเยอะ การลาออกของนายปรีดี จากที่ทราบมีปัญหาสุขภาพ ต้องเห็นใจท่าน ส่วนที่ถูกมองว่ามีความขัดแย้งกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลังนั้น คิดว่าเป็นปัญหาเรื่องสุขภาพมากกว่า เรื่องความขัดแย้งไม่คิดว่ามีอะไรรุนแรง เป็นเรื่องปกติธรรมดาในการทำงาน ยืนยันไม่เกี่ยวเรื่องการเมืองแน่นอน การเมืองไม่ใช่เรื่องเลวร้ายขนาดนั้น การเมืองมีหลายมิติ น่าจะเป็นเหตุที่สุดวิสัยมากกว่า

ยังมีคนเก่งรอร่วมงานเพียบ

เมื่อถามย้ำว่าจะทำให้การทำงานของรัฐบาลสะดุดลงหรือไม่ เพราะเมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมาตลาดหุ้นตก นายอนุชาตอบว่า คงมีบ้าง แต่ไม่ใช่อะไรที่จะหยุดยั้งการเดินหน้าทำงานได้ ตรงนี้เป็นเพียงประเด็นปลีกย่อย เราอย่าถือว่าเป็นอะไรที่หนักหนาเลย นายกฯและรัฐบาลพยายามฟันฝ่าอุปสรรคนำพาประเทศไปได้ด้วยดี เมื่อถามว่าดูเหมือนว่าไม่มีใครอยากเข้ามาดูแลเรื่องเศรษฐกิจ นายอนุชาตอบว่า ให้มั่นใจยังมีคนเก่ง ผู้เชี่ยวชาญอีกเยอะ ไม่เกี่ยวว่าคนนอกเข้ามาแล้วจะทำงานการเมืองไม่ได้ มั่นใจรัฐบาลอยู่ครบเทอม การทำงานให้ชาติ บ้านเมือง อาจสะดุดบ้างเป็นธรรมชาติของการเมืองในระบอบประชาธิปไตย

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม รองหัวหน้าพรรค พปชร.กล่าวว่า การลาออกของนายปรีดี ไม่ได้ถูกกดดันทางการเมืองในพรรค

“ไพรินทร์” เบี่ยงตัวคั่วขุนคลัง

ขณะที่นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีต รมช.คมนาคม ประธานคณะกรรมการในคณะกรรมการการขับเคลื่อนมาตรการบริหารเศรษฐกิจภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ จากผลกระทบของการระบาดโควิด-19 (ศบศ.) ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงกรณีมีชื่อเป็นแคนดิิเดต รมว.คลัง แทนนายปรีดีที่ลาออกไป โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า “ไม่มีครับ” และยืนยันว่ายังไม่มีกระแสข่าวดังกล่าวแต่อย่างใด

“วิษณุ” โยนนายกฯแก้ปัญหา

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ทำหน้าที่รักษาการ รมว.คลังอยู่ และคงต้องไปถามนายกฯ เรื่องหาตัวบุคคลที่มาทำหน้าที่แทน เชื่อว่าในที่ประชุม ศบศ. ภาคเอกชนคงได้เข้าหารือกับนายกฯ อาจจะมีใครเสนอแนะอะไรดีๆก็ได้ ส่วนการสู้คดีเหมืองทองอัครา หากพูดไปจะทำให้เสียหายต่อรูปคดี แต่รู้ว่าเขากำลังเจรจากันอยู่ เมื่อถามว่าต้องรอให้ผลการตัดสินออกมาก่อนหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า หากรอผลตัดสินแล้วไปเจรจา ใครเขาจะยอม ความได้เปรียบเสียเปรียบมันผิดกัน เอาตอนที่ไม่รู้แพ้รู้ชนะนี่แหละ ทราบว่าเขาทำมากันได้ระยะหนึ่งแล้ว

“หนู” ฟุ้งกระดูกต้องแข็งหน่อย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว. สาธารณสุข กล่าวว่า การลาออกของนายปรีดีไม่มีผลกระทบต่อรัฐบาล นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯปฏิบัติหน้าที่ไปก่อนได้ และไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ เพราะนี่คือรัฐบาล คนคนเดียวทำให้เสียหายไม่ได้ มีนายกฯ รองนายกฯ และรัฐมนตรีอื่นทำงาน ในกระทรวงการคลังก็มี รมช.ทำหน้าที่อยู่ เชื่อว่าภาคเอกชนยังเชื่อมั่นในรัฐบาล เมื่อถามว่าภาคเอกชนเรียกร้องให้นายกฯเร่งหาผู้มาดำรงตำแหน่ง รมว.คลังโดยเร็ว ไม่ให้กระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ นายอนุทินตอบว่า นายกฯต้องรีบตั้งอยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่ากลไกต่างๆต้องหยุดชะงัก นี่คือรัฐบาลจะขาดใครก็ได้แต่อย่าขาดนายกฯ นายปรีดีทำงานแค่ 27 วัน เข้าร่วมประชุม ครม.เพียง 3 ครั้ง พวกเราต้องช่วยกันประคับประคองรัฐบาลต่อไป ต้องเชื่อมั่นในตัวรัฐบาล ไม่ใช่เชื่อมั่นในตัวบุคคล เมื่อถามว่าภาพที่ออกมาเหมือนเล่นการเมืองมากเกินไปจนนายปรีดีอยู่ไม่ได้ นายอนุทินตอบว่า “ไม่รู้จะตอบอย่างไร มันต้องกระดูกกระเดี้ยวต้องแข็ง ต้องกินแคลเซียมเยอะๆ”

หนุน “ตู่” ถ่างขาควบอีกเก้าอี้

ที่รัฐสภา นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย พร้อมนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ร่วมกันแถลงในนาม 10 พรรคเล็ก นายพิเชษฐกล่าวว่า กลุ่มพรรคเล็กได้หารือกันเห็นว่าควรให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ควบตำแหน่ง รมว.คลัง มองว่ามีความเหมาะสมเพราะเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ทราบปัญหาต่างๆดี และจะทำให้ปัญหากลุ่มต่างๆในพรรคที่พยายามผลักดันคนของตัวเองหมดไป ส่วนตำแหน่ง รมว.กลาโหมขอเสนอให้นายกฯมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯเข้ามาดูแลแทน โดยควบตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.กลาโหม มองว่าเหมาะสมในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างประเทศ ว่าเราไม่ได้ขาดตำแหน่งรัฐมนตรี ขึ้นอยู่กับนายกฯจะพิจารณา

ยก “ลุงป้อม” คุมกลาโหมแทน

นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า เห็นว่านายกฯมีความเหมาะสมเพราะเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจอยู่แล้ว หากนำบุคคลภายนอกจากภาคธุรกิจเข้ามา อาจหวั่นกลัวไม่กล้าเซ็นเอกสารต่างๆ โดยเฉพาะเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการกู้เงิน ถือเป็นหน้าที่หลักของ รมว.คลัง คงกลัวว่าเมื่อออกจากตำแหน่งไปแล้วจะถูกดำเนินคดีในภายหลัง แต่นายกฯรู้จักป่าทั้งป่า จะกล้าเซ็นและไม่กังวลกับสิ่งที่จะเกิดผลกระทบตามมาภายหลัง ประเทศจะไปข้างหน้าหรือถอยหลัง นายกฯต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว เมื่อถามว่านายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เหมาะสมจะรับตำแหน่ง รมว.คลังหรือไม่ นายมงคลกิตติ์ตอบว่า ขึ้นอยู่กับพรรค พปชร.จะพิจารณา แต่เชื่อว่ามีความกล้าในการใช้เงินกู้แน่นอน แต่ต้องดูว่าประชาชนจะยอมรับได้หรือไม่หากนายสันติเป็น รมว.คลัง ยืนยันว่าการเสนอให้ พล.อ.ประวิตรควบ รมว.กลาโหม ไม่ใช่มาทวงตำแหน่งให้ พล.อ.ประวิตร แต่เห็นว่า พล.อ.ประวิตรมีร่างกายแข็งแรงมากขึ้น หน้าตาแจ่มใส

พท.ชี้สะเทือนความเชื่อมั่นแน่

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การลาออกของนายปรีดีแสดงให้เห็นความล้มเหลว และต้องมีมูลเหตุยิ่งใหญ่เหลือวิสัย ทำให้นายปรีดีตัดสินใจลาออก ไม่เชื่อว่าสาเหตุที่ลาออกคือเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการ แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นตัวเลขเศรษฐกิจตกต่ำ การลาออกครั้งนี้ถือว่าสะเทือนขวัญกำลังใจ ความเชื่อมั่นการลงทุนและการบริโภค เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องคิดว่าจะเรียกความเชื่อมั่นกลับมาอย่างไร ไม่ง่ายที่จะหาคนใหม่มาเป็น รมว.คลัง อาจต้องกลับไปใช้กลุ่ม 4 กุมาร อาจไม่ใช่นายอุตตม สาวนายน อดีต รมว.คลัง แต่เป็นคนในกลุ่มนั้น

จี้นายกฯเคลียร์ปม “ปรีดี” ไขก๊อก

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายกฯต้องชี้แจงเรื่องนายปรีดีลาออกให้ชัดเจน นั่งเก้าอี้ รมว.คลังแค่ 27 วัน ยังไม่ทันได้แสดงฝีมือก็ถอดใจลาออก ลำพังอ้างเหตุเรื่องสุขภาพน่าจะยังไม่พอ เหตุที่ชิงลาออกเพราะมีปัญหากับระบบ หรือมีปัญหากับคน ปมขัดแย้งการตั้งอธิบดีกรมสรรพสามิต ปัญหาการแบ่งงานในกระทรวงที่ไม่ลงตัว ปัญหาความพยายามจะเข้าไปรื้อระบบการจัดซื้อจัดจ้าง หรือมาจากปัญหาใด ควรมีคำตอบให้ประชาชน นายปรีดีพยายามสื่อสารคล้ายกับว่าต้องไปคัดง้างกับระบบการเมืองโบราณในพรรค พปชร. ในลักษณะคนดีอยู่ไม่ได้ แต่คนมีคดีคนมีปัญหา คนต้นทุนทางสังคมต่ำกลับอยู่ในพรรคได้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องยอมรับว่า การชิงลาออกของนายปรีดีส่งผลต่อความเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ภาพลักษณ์รัฐบาลติดลบ

“พิชัย” ไล่ “ลุง” ไขก๊อกตามไปเลย

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า นายปรีดีลาออกสร้างผลสั่นสะเทือนต่อเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือของรัฐบาลมากเหมือนไปตื๊อเขามาเพราะไม่มีคนมีชื่อเสียงคนไหนอยากเข้ามาร่วมรัฐบาลนี้ หากยังจำกันได้เคยเตือนรัฐมนตรีคนนอกแล้วให้คิดให้ดี นายปรีดีคงเข้าไปเห็นตัวเลขแล้วจึงอาจเครียดจนถอดใจ ขณะที่ตัวหัวหน้าทีมเศรษฐกิจก็ขาดความรู้ความสามารถ รวมถึงความกดดันในพรรคที่ขนาดนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และกลุ่ม 4 กุมารยังทนไม่ได้ เป็นห่วงว่านายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ที่น่าจะต้องเจอกับภาวะกดดันคล้ายกัน จะทนได้ขนาดไหน กรณีของนายปรีดียิ่งแสดงให้เห็นชัดเจนถึงปัญหาในการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ ยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นไม่มีเหลือแล้ว ควรรู้ตัวได้แล้วว่าหมดเวลาของท่าน ภาวะเศรษฐกิจที่ทรุดหนักเกินความรู้ความสามารถที่ท่านจะแก้ไขได้ และ พล.อ.ประยุทธ์ควรต้องรีบลาออกตามนายปรีดีไป ให้คนที่มีความรู้ความสามารถที่แท้จริงเข้ามาบริหารประเทศแทน

บี้รับผิดชอบสั่งปิดเหมืองอัครา

นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ใช้อำนาจมาตรา 44 สั่งปิดเหมืองทองอัครา จนมีการนำเรื่องขึ้นสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการนั้น ขอให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดข้อเท็จจริงทั้งหมดให้สาธารณชน เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับสัญญา เหตุผล และพฤติการณ์ในการออกคำสั่งปิดเหมือง รายละเอียดข้อกล่าวหา และความเสียหายที่รัฐบาลไทยถูกฟ้อง รายละเอียดการต่อสู้คดี การเจรจาต่อรอง ค่าใช้จ่ายทนายความ ทีมทนายความ รวมไปถึงการเตรียมการในชั้นวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดี รัฐบาลต้องทำให้โปร่งใสตรวจสอบได้ เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนโดยทั่วไปมีสิทธิทราบ ส่วนประเด็นการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ เชื่อว่าถูกหยิบมาใช้กลับไปกลับมาเพื่อให้พ้นความรับผิด แต่ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหน ท่านก็ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้

“สุทิน” วอนอย่าดึงเกมแก้ รธน.

อีกเรื่อง นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลที่มีความแตกต่างกัน ว่า สามารถพูดคุยกันได้ อยากเร่งรัดว่าเมื่อรับหลักการวาระ 1 ในวันที่ 24 ก.ย.แล้ว วาระ 2 ขอให้พิจารณาไม่เกิน 2 สัปดาห์แล้วให้รัฐบาลเปิดประชุมสมัยรัฐสภาวิสามัญเดือน ต.ค.ให้จบวาระ 3 เมื่อเปิดประชุมสภาฯวันที่ 1 พ.ย. จะสามารถเข้าสู่กระบวนการประชามติคิดว่า 1 เดือนคงเสร็จ เดือน ธ.ค.ก็ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ได้ ไทม์ไลน์ที่คุยกันไว้ไม่เกินความพยายามทำได้ขอร้องทุกฝ่ายโดยเฉพาะรัฐบาลย่นย่อการแก้รัฐธรรมนูญ หากยืดไปไม่เป็นผลดี เมื่อถามว่าวิปรัฐบาลเปิดเผยสัญญาณ ส.ว.ไม่ค่อยดีในการแก้รัฐธรรมนูญ นายสุทินตอบว่า จะรอจนสัญญาณดีคงไม่ได้ เชื่อว่าเหตุผลและปัญหาที่พบจะทำให้ ส.ว.ร่วมหาทางออกให้ประเทศ ท้ายที่สุด ส.ว.คงเห็นแก่ประเทศ

“เทพไท” หนุนริบอำนาจ ส.ว.

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมสภาฯพิจารณาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวันที่ 23-24 ก.ย.ว่า มาตรา 256 ควรใช้เสียงกึ่งหนึ่งของรัฐสภาในการแก้ไขตามญัตติของพรรคร่วมฝ่ายค้าน จัดทำให้เสร็จภายใน 180 วัน เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ชุมนุมเวลา 240 วันในร่างพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้านล่าช้าเกินไป ส่วนมาตรา 272 ยังไม่มีพรรคใดเสนอญัตติขึ้นมาแก้ไข ตนพร้อมลงชื่อสนับสนุนไม่ว่าของกลุ่มใดหรือของพรรคใดเพื่อเป็นหลักประกันให้กับสังคมและกลุ่มนักศึกษาที่กำลังเคลื่อนไหวปิดสวิตช์ ส.ว.ภายในเดือน ก.ย.ว่า ระหว่างจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถ้าเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองจนจำเป็นต้องยุบสภาก็จะปลดล็อก ส.ว.ไม่ให้โหวตเลือกนายกฯได้

“บิ๊กตู่–ป๊อก” ชิ่งเลื่อนตอบกระทู้

วันเดียวกัน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทน ราษฎร เพื่อพิจารณากระทู้ถามสด 3 กระทู้ แต่ปรากฏว่ารัฐมนตรีขอเลื่อนการตอบกระทู้ทั้ง 3 กระทู้ ได้แก่ นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ถามนายกฯเรื่องการสร้างอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว จ.พัทลุง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ถาม รมว.มหาดไทย เรื่องการบริหารงบฯขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ถาม รมว.มหาดไทย เรื่องการบังคับใช้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง นอกจากนี้ รมว.แรงงานยังเลื่อนตอบกระทู้ทั่วไปของนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เรื่องการแก้ไขปัญหาพนักงานจ้างเหมาบริหารในหน่วยงานรัฐ ที่เลื่อนตอบมาตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค., 26 ส.ค.และ 2 ก.ย.จนนายธีรชัยต้องสอบถามในที่ประชุม โดยขอให้ประธานสภาฯควรหามาตรการไม่ให้มีการเลื่อนตอบกระทู้ไปเรื่อยๆ

กมธ.ชงฉีดยาแก้ปัญหาข่มขืน

ต่อมาเวลา 14.45 น. มีประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ มีสาระสำคัญ คือ การกำหนดแนวทางป้องกันและแก้ปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศเป็นวาระแห่งชาติ โดยตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศระดับชาติ พร้อมเสนอให้มีการจัดเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของผู้ต้องขังในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศทุกคน เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการติดตาม เฝ้าระวัง หลังได้รับการปล่อยตัวเมื่อพ้นโทษ ป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ให้สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เป็นหน่วยงานผู้จัดเก็บ นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทางการฉีดยาปรับฮอร์โมนทางเพศผู้กระทำผิดคดีข่มขืน ให้ไปยับยั้งการสร้างฮอร์โมนเพศชาย เพื่อให้ความ ต้องการทางเพศลดลง สร้างอสุจิไม่ได้ และอวัยวะเพศไม่แข็งตัว แต่หากหยุดการใช้ฮอร์โมน สภาวะทางเพศจะกลับคืนมาเหมือนเดิม ไม่ใช่การทำให้อวัยวะเพศใช้การไม่ได้ตลอดไป

ให้อวัยวะเพศใช้การไม่ได้ชั่วคราว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม ส.ส.หลายคนได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นการฉีดฮอร์โมนลดความต้องการทางเพศ อาทิ นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ความหมายการฉีดฮอร์โมนลดความต้องการทางเพศ หมายถึงการทำให้ฝ่อใช่หรือไม่ เกรงว่าจะละเมิดสิทธิขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมถึงเรื่องการจัดเก็บดีเอ็นเอผู้ต้องขังคดีความผิดทางเพศทุกคน เพื่อติดตามไม่ให้ไปกระทำผิดซ้ำนั้น จะมีอำนาจทำได้จริงหรือไม่ เอาอำนาจอะไรมาใช้ สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิ ดูแล้วข้อเสนอของ กมธ.ไปไกลเกินกว่าที่กฎหมายให้อำนาจ ขณะที่ น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ โฆษก กมธ.ฯ ชี้แจงว่า ไม่ใช่การฉีดให้ฝ่อ แต่เป็นการฉีดฮอร์โมนยับยั้งไม่ให้เกิดความรู้สึกทางเพศระยะหนึ่ง เมื่อยาหมดฤทธิ์ก็กลับมาใช้การตามปกติ การใช้วิธีนี้ต้องได้รับความยินยอมจากผู้กระทำความผิดก่อน เหมือนที่ประเทศเกาหลีใต้ใช้ เนื่องจากเรื่องนี้ยังเป็นเรื่องใหม่ในไทยและเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงจำเป็นที่ต้องไปศึกษาวิจัยเพิ่มเติมว่าเหมาะสมกับสังคมไทยหรือไม่ ทั้งนี้ที่ประชุมเห็นด้วยกับรายงานดังกล่าวโดยไม่มีการลงมติ เพื่อส่งรายงานให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการต่อไป

“สิระ” สะบัดก้นพ้น กมธ.ป.ป.ช.

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาฯ กล่าวว่า กมธ.นำประเด็นคลิปนักการเมืองเรียกรับผลประโยชน์จากบริษัทเอกชนเข้าหารือต่อที่ประชุม ที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ออกมาพูดทำนองว่า เกิดก่อนนักการเมืองคนดังกล่าวจะเข้ามาเป็น ส.ส. คิดว่าเมื่อมีการกระทำผิดถือว่าความผิดสำเร็จแล้วต้องดำเนินคดี กรรโชกทรัพย์อายุความเกิน 10 ปี ยืนยันเรื่องนี้ไม่มีเรื่องส่วนตัว ขอถาม กมธ.ป.ป.ช.สมควรปกป้องคนผิดหรือไม่ ต่อมานายสิระประกาศกลางที่ประชุม กมธ.ป.ป.ช.ว่า ทำหนังสือลาออกจาก กมธ.ป.ป.ช. เพราะไม่สามารถทำงานร่วมกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้

“เพนกวิน” โผล่เผาพริกเผาเกลือ

เมื่อเวลา 13.00 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิน) แกนนำสหภาพนักเรียน นิสิต แห่งประเทศ ไทย (สนท.) และนายภาณุพงศ์ จาดนอก “ไมค์ ระยอง” ทำกิจกรรมเผาพริกเผาเกลือขับไล่คนกัดกินประเทศไทย และกดขี่ประชาชน ในบริเวณที่มีการชุมนุมของกลุ่มรักษ์โตนสะตอ หน้าประตู 1 ข้างรั้วทำเนียบรัฐบาล ขณะที่นายประ เจือบมลยงค์ กำนันตำบลหนองธง พร้อมด้วยประชาชนในพื้นที่ ต.หนองธง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง กลุ่มสนับสนุนสร้างอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้เข้ายื่นหนังสือให้ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาลถึงนายกฯ ขอให้เร่งก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว โดยทั้งสองกลุ่มไม่มีการเผชิญหน้ากันแต่อย่างใด

ศอปส.จี้ รมว.ศธ.ฟันครูปลดแอก

ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายจักรพงศ์ กลิ่นแก้ว ตัวแทนกลุ่มศูนย์ประสานงานนักศึกษาอาชีวะ ประชาชน ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ (ศอปส.) พร้อมมวลชน เข้ายื่นข้อเรียกร้องและข้อเสนอแนะถึงนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ขอให้ตั้งคณะทำงานรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นักศึกษา และภาคประชาชนทั่วไป และเสนอแนะให้ ศธ.ปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ให้เหมาะสมทันยุคสมัย ให้สอบสวนวินัยร้ายแรงต่อครูที่ประพฤติตนผิดคุณสมบัติตามมาตรา 30 (3) คือต้องเลื่อมใสในระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ

“ลูกสาวตู่” แจ้งจับโซเชียลหมิ่น

ที่ สน.นางเลิ้ง นายอภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทนายความรับมอบอำนาจจาก น.ส.ธัญญา และ น.ส.นิฏฐ จันทร์โอชา บุตรสาวแฝดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ดำเนินคดีกับผู้ที่เผยแพร่ข้อความเท็จส่งผลเสียหายต่อชื่อเสียง มี พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง ผบก.น.1 ร่วมสอบปากคำ นายอภิวัฒน์กล่าวว่า มาแจ้งความดำเนินคดีบุคคล นิติบุคคล และสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะทวิตเตอร์ รวมกว่าหลักร้อยบัญชี ที่ลงข้อมูลเท็จให้ร้าย มีคนหลงเชื่อไม่ไตร่ตรองแชร์ต่อ ถือเป็นการหมิ่นประมาทเข้าข่ายความผิดอาญา และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ต้องการให้ตำรวจตรวจสอบว่ามีใครที่ทำผิดบ้าง ลูกความยืนยันจะดำเนินคดีถึงที่สุดไม่มีการยอมความเพื่อเป็นบรรทัดฐาน ก่อนหน้าลูกความพยายามอดกลั้นไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ล่าสุดเป็นเรื่องร้ายแรงหาว่าทุจริตโกงเงินประเทศหลักหมื่นล้าน ให้ร้ายเสื่อมเสียกับวงศ์ตระกูล

ผบก.น.1 รีบเด้งรับตั้งทีมสอบ

พล.ต.ต.สำเริงกล่าวว่า ขณะนี้ยังระบุไม่ได้ว่า จะต้องดำเนินคดีกับผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์หลักร้อยคนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานว่า มีผู้ใดกระทำผิดบ้างจากนี้อาจต้องตั้งคณะทำงานในระดับกองบังคับการ โดยอาจพิจารณาการทำงานกับหน่วยงานร่วม เพราะเป็นคดีที่น่าสนใจในหมู่ประชาชน และเพื่อสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ยืนยันว่าไม่มีความกดดัน ตนก็เพิ่งทราบชื่อลูกสาวของ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเจ้าตัวไม่ค่อยออกสื่อ

“บิ๊กตู่” แจงลูกปกป้องชื่อเสียง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กล่าวถึงกรณีบุตรสาวทั้ง 2 คน ให้ทนายความเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลและกลุ่มบุคคลที่เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ ส่งผลให้เสียหายต่อชื่อเสียงที่ สน.นางเลิ้งว่า “ถือว่าเขาบรรลุนิติภาวะแล้ว เป็นสิทธิของเขา ที่จะปกป้องชื่อเสียง ผมก็ฟังคนรุ่นใหม่”

ถึงคิวนักศึกษา “ตานีไม่ทน”

เวลา 18.30 น. ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี บรรดานักศึกษา มอ.ปัตตานี โดยสโมสรนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และคณะอื่นๆ รวมตัวจัดกิจกรรม “ตานีไม่ทน” แสดงออกทางการเมือง มีบรรดาแกนนำและนักการเมือง อาทิ น.ส.พรรณิการ์ วานิช (ช่อ) แกนนำคณะก้าวหน้า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ (ไอติม) และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ (เป๋า) จาก iLaw เข้าร่วมเสวนา “กิจกรรมรัฐธรรมนูญ 60 (ต้องแก้)” ภายในงานมีการจัดนิทรรศการ ประชาธิปไตย : Democracy Exhibition หัวข้อ ปัญหาการศึกษา รัฐสวัสดิการ สันติภาพที่ถวิลหา และละครเวทีสะท้อนปัญหาสังคมไทยจากตัวแทนนักเรียนมัธยมในพื้นที่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ตัวแทนนักศึกษาเปิดเวทีปราศรัยวิจารณ์รัฐบาล รวมถึงการรวบรวมรายชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เมืองปัตตานีดูแลความเรียบร้อย

“รังสิตไม่ใช่ขี้ข้าเผด็จการ”

ที่ลานพระศรีศาสดา มหาวิทยาลัยรังสิต กลุ่มนักศึกษากว่า 200 คน จัดกิจกรรม “รังสิตไม่ใช่ขี้ข้าเผด็จการ” มีการจัดเวทีให้กลุ่มนักศึกษาผลัดเปลี่ยนขึ้นปราศรัย การแสดงดนตรีจากวงสามัญชน และวงลูกชิ้น พร้อมแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว และผูกโบขาว มีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเข้ามาสังเกตการณ์ดูแลความเรียบร้อย ขณะที่ทางมหาวิทยาลัยรังสิตประกาศอนุญาตให้จัดกิจกรรมได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย และข้อบังคับของมหาวิทยาลัยรังสิต

ขนคณะใหญ่ดูน้ำท่วมสุโขทัย

วันเดียวกันเวลา 13.35 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พร้อมนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และคณะลงพื้นที่ จ.สุโขทัย ตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย มีนายไมตรี ไตรติลานันท์ ผวจ.สุโขทัย รายงานสรุปสถานการณ์ และเสนอของบประมาณ 470 ล้านบาท สร้างเขื่อนเรียงหินป้องกันตลิ่ง ระบุเป็นความต้องการของชาวบ้าน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ปัญหาเร่งด่วนคือการระบายน้ำ ต้องมีทางน้ำไหล สำหรับพื้นที่กักเก็บไม่ว่าขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ต้องใช้เวลาและงบประมาณ หากไม่ทำปัญหาก็เกิดขึ้นซ้ำซาก ขอให้ไปสำรวจสถานที่กักเก็บน้ำว่ามีกี่แห่ง เก็บน้ำไม่ได้เพราะอะไร “ขออย่าไปพูดในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น อย่าเพิ่งไปพูดเรื่องเขื่อนต่างๆเลย เดี๋ยวจะกลายเป็นประเด็นต่อไปเรื่อยๆ จากนั้นนายกฯและคณะเดินทางไปยังวัดคลองกระจง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย เข้านมัสการพระครูสุมณฑ์ธรรมธาดา เจ้าอาวาสวัดคลองกระจง

ตอกย้ำต้องซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปราศรัยกับประชาชนว่า วันนี้สถานการณ์คลี่คลายไปมาก รัฐบาลจะดูแลเยียวยาฟื้นฟูต่อไป เรื่องระบายน้ำ ทำประตูน้ำ ขยายขุดลอกคูคลอง ต้องถามความเห็นประชาชน ต้องทำประชาพิจารณ์ และต้องดูงบประมาณ ให้ประชาชนแจ้งมาว่าพื้นที่ไหนทำระบบน้ำได้ รัฐบาลจะไปดำเนินการให้ พยายามเปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงความเห็น ไม่รังเกียจรังงอนใคร เพราะทุกคนคือคนไทย ต้องรักประเทศ รักชาติ ศาสนา พระ-มหากษัตริย์ แกนหลักชัยแผ่นดินไทย ถ้าไม่มีสิ่งต่างๆเหล่านี้หลงเหลือจะเป็นประเทศที่หมดศักยภาพ ตนซื่อสัตย์กับทุกคนเสมอ ต้องซื่อสัตย์กับแผ่นดิน และประชาชน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดูแลประชาชนทั้งประเทศ นั่นคือสถาบันพระมหา-กษัตริย์ของเรา เมื่อประชาชนเดือดร้อน พระองค์ท่านดูแลประชาชนทั้งประเทศ วันนี้ตนยังเป็นนายกฯ วันหน้าเด็กรุ่นใหม่ก้าวสู่การเมืองได้ ส่งไม้ต่อให้พวกท่านอยู่แล้ว ไม่ว่าใครจะรักหรือไม่รักก็ยิ้มให้เสมอ

อย่าท้อทำดีให้รู้ว่ามีทหารไว้ทำไม

จากนั้นนายกฯเดินทางไปเยี่ยมและมอบถุงยังชีพให้ผู้ประสบอุทกภัย ที่บริเวณสะพานเมือง-บางยม (ข้างวัดหนองโว้ง) ต.ท่าทอง อ.สวรรคโลก นายกฯกล่าวให้กำลังใจกำลังพลจากกองพลทหาร-พัฒนา กองทัพภาคที่ 3 ที่มาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ว่า “ขอบคุณทุกคน เราต้องทำให้เขารักเราด้วยศักดิ์ศรีของความเป็นทหารของพวกเรา ใครจะว่าใครจะติก็ช่างเขา อย่าหมดกำลัง เราต้องทำสิ่งดีๆให้มากขึ้นเรื่อยๆ ให้เขารู้เข้าใจว่ามีทหารไว้ทำอะไร มีประโยชน์แค่ไหน ถ้าไม่มีทหารแล้วใครจะมา ใครที่จะเรียกได้ใน 24 ชั่วโมง เพราะเราอยู่ในค่ายเดียวกัน คนอื่นทำไม่ได้หรอก นั่นคือหน้าที่ทหารไทย”

ชาวย่านยาววอนรัฐเร่งเยียวยา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ขบวนนายกฯเดินทางกลับ ได้มีชาวบ้าน ต.ย่านยาว อ.สวรรคโลก อาศัยอยู่รอบๆสนามบินสุโขทัย จำนวน 50-60 คน รวมตัวบริเวณปากทางเข้าสนามบิน โดยถือป้ายเรียกร้องขอความเป็นธรรมกรณีที่ได้รับความเดือดร้อนจากการสร้างสนามบินขวางทางน้ำสาธารณะ 3 เส้น ทำให้น้ำท่วมพื้นที่การเกษตรเสียหายนับสิบปี เรียกร้องให้เร่งจ่ายค่าชดเชยความเสียหาย และขุดทางน้ำสาธารณะให้ชาวบ้านได้ใช้ดังเดิม ซึ่งนายประทีป กีรติ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และนายบัณฑิต พรหมทอง หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุโขทัย ได้รับหนังสือร้องเรียนไว้แทน




September 03, 2020 at 05:25AM
https://ift.tt/3lUHEzM

ลูกฝาแฝดลุงตู่ โร่จับโซเชียลหมิ่น - ไทยรัฐ

https://ift.tt/39v22A5


Bagikan Berita Ini

Related Posts :

0 Response to "ลูกฝาแฝดลุงตู่ โร่จับโซเชียลหมิ่น - ไทยรัฐ"

Post a Comment

Powered by Blogger.